ข่าวสารและกิจกรรม

เกร็ดความรู้เรื่อง SSD และรุ่นที่ดีที่สุดของปี 2018

โดย Brad Chacos

25 มกราคม 2018

4

 

การเปลี่ยนไปใช้ solid state drive หรือ SSD เป็นวิธีอัพเกรด PC ที่ดีที่สุด มันช่วยให้เครื่องบูตได้อย่างรวดเร็ว ให้โปรแกรมและเกมโหลดได้อย่างฉับไว และทำให้รู้สึกได้ทันทีว่าใช้งานเครื่องได้คล่องขึ้น แต่ไม่ใช่ว่า SSD ทุกตัวจะดีเท่ากัน รุ่นที่ดีที่สุดนั้นให้ความเร็วคุ้มค่ากับราคา แต่ถ้าไม่สนราคา รุ่นที่ไวปานสายฟ้าแล่บก็มีให้เลือกเช่นกัน

นี่คือ SSD ที่ดีที่สุดในปี 2018 ที่เราแนะนำ

SSD ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป: Samsung 850 EVO

SSD ราคาประหยัด: Crucial BX300

NVMe SSD ที่ดีที่สุด: Samsung 960 Pro

NVMe SSD ราคาประหยัด: Intel 760P

SSD ที่เร็วที่สุด: Intel Optane SSD 900p

สิ่งที่คุณควรรู้เรื่อง NVMe SSD (Non-Volatile Memory Express SSD)

ก่อนจะซื้อ SSD แบบ NVMe คุณควรทำความรู้จักมันเสียก่อน SSD แบบ SATA ธรรมดานั้นจะช่วยให้เครื่องบูตได้เร็วอยู่แล้ว และมีราคาถูกกว่า คุณจะใช้ไดรฟ์ NVMe ได้คุ้มค่า (ไม่ว่าจะเป็นแบบ M.2 อย่างรุ่น Samsung 960 หรือแบบ PCIe ก็ตาม) หากคุณอ่านเขียนข้อมูลจำนวนมาก ๆ ลงไดรฟ์อยู่เกือบตลอดเวลา ถ้าการใช้งานของคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น SSD แบบ NVMe อาจไม่คุ้มราคาสักเท่าไร

ถ้าจะซื้อ NVMe SSD ให้ดูให้แน่ใจว่าเครื่องของคุณรองรับมันหรือไม่ มันเป็นเทคโนโลยีใหม่ ฉะนั้นเมนบอร์ดที่รองรับ M.2 จะเป็นรุ่นที่ออกมาในช่วงสองสามปีหลังนี้เท่านั้น ตั้งแต่ยุค AMD Ryzen และ Intel Skylake เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้ NVMe SSD แบบที่ต่อกับอแดปเตอร์ PCIe เคยเป็นที่นิยม (ก่อนที่ M.2 จะแพร่หลาย) แต่ตอนนี้หาได้ยากแล้ว ฉะนั้นเช็คให้แน่ว่าเครื่องของคุณรองรับ อีกทั้งเครื่องต้องมีช่อง PCIe ว่าง 4 ช่องเพื่อที่จะใช้มันได้ด้วย

หากจะใช้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ระบบต้องรองรับการบูตจาก SSD ชนิดนั้น PC ที่ซื้อในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาควรจะรองรับ NVMe ได้หมด แต่ถ้าเมนบอร์ดเก่ากว่านั้นอาจมีปัญหาหาบ้าง ให้เช็คด้วยว่าเมนบอร์ดของคุณบูตจาก NVMe ได้หรือไม่ คุณอาจจะต้องอัพเดต BIOS เพื่อการนี้ แต่ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็อาจจะใช้มันเป็นไดรฟ์ตัวที่สองแทน

คุณสมบัติของ SSD ที่ควรรู้

แน่นอนว่าต้องดูราคา ความจุ และระยะเวลาการรับประกัน บางรุ่นประกันสามปี บางรุ่นห้าปี แต่ SSD รุ่นใหม่ ๆ มีแนวโน้มจะใช้งานได้ทนกว่ารุ่นเก่า ๆ มากจากการทดสอบโดย Tech Report

เทคโนโลยีที่ต้องรู้เรื่อง SSD มีดังนี้

SATA: หมายถึงสองอย่างคือ วิธีการเชื่อมต่อ และโปรโตคอลการสื่อสาร เป็นมาตรฐานที่ใช้กับฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 และ 3.5 นิ้ว รวมถึง SSD รุ่นก่อน ๆ ความเร็วของ SATA III ที่สูงที่สุดคือ 600 เมกะไบต์ต่อวินาที (MBps)

PCI-E: มาตรฐานนี้ใช้ช่อง PCIe 4 ช่องพร้อมกัน และความเร็วของมันคือ 4 กิกะไบต์ต่อวินาที (GPBS) (PCIe รุ่นที่ 3) ซึ่งทิ้ง SATA ไม่เห็นฝุ่น ใช้กับ SSD แบบ NVMe ได้เหมาะสมกันดี มาตรฐานนี้ใช้ได้กับทั้งช่อง PCIe และช่อง M.2 และมีอแดปเตอร์ช่วยให้เสียบ SSD แบบ M.2 เข้ากับช่อง PCIe ได้ด้วย

NVMe: หรือ Non-Volatile Memory Express ใช้ประโยชน์จากแบนด์วิดธ์ที่เหลือเฟือของ PCIe เพื่อทำความเร็วให้เหนือ SATA SSD ไปอีกหลายขุม

M.2: ตรงนี้หลายคนคิดเอาเองว่า M.2 ทุกตัวใช้เทคโนโลยี NMVe และมีความเร็วเท่า PCIe แต่ความจริง M.2 เป็นแค่ รูปแบบ ของ SSD เท่านั้น M.2 SSD ส่วนมาก เป็น NVMe แต่ไม่ทั้งหมด บางตัวยังเป็น SATA อยู่ ฉะนั้นจงเช็คให้ดี โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ มักมีช่องให้ใส่ M.2

U.2 และ mSATA: คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อสองตัวนี้ด้วย มีแค่เมนบอร์ดบางตัวที่รองรับ โน้ตบุ๊กยุคหนึ่งมี mSATA ก่อนที่ M.2 จะเป็นที่นิยม แต่ก็ยังมีไดรฟ์ประเภทนี้ขายอยู่

TLC SLC และ MLC: SSD รุ่นหลังๆ เริ่มใช้เทคโนโลยี triple-level cell (TLC) NAND มากขึ้น TLC สามารถจุข้อมูลได้ 3 บิตต่อเซล ส่วน single-layer cell (SLC) จุได้ 1 บิตต่อเซล มีความเร็วสูงแต่ราคาต่อความจุก็สูงไปด้วย ส่วน multi-level cell (MLC) จุได้ 2 บิตต่อเซล แม้ TLC จะมีความหนาแน่นของข้อมูลสูงกว่า (ทำให้ได้เป็น SSD ขนาดเท่าเดิมแต่ความจุมากขึ้น) แต่ประสิทธิภาพการเขียนของมันค่อนข้างต่ำ (ในบางกรณีต่ำมาก) หากคุณเคลื่อนย้ายข้อมูลมาก ๆ และปริมาณข้อมูลเกิน cache ของ SSD ตัวนั้นเมื่อไหร่ ความเร็วมันจะช้าเป็นเต่าคลานทีเดียว แม้ปัญหานี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป แต่ก็เกิดได้และผู้ผลิตก็ไม่ได้บอกเราด้วย เราเคยเห็นปัญหาแบบนี้ในรุ่น Toshiba TTR200 และ Q300 รวมถึง OCZ Trion 100 และ Crucial BX200 ฉะนั้นหากคุณใช้ไดรฟ์ที่เราแนะนำ (และทดสอบมาแล้ว) น่าจะดีที่สุด

แปลและเรียบเรียงโดย UCS

ที่มา: www.pcworld.com